หนังสือสภาพดี เรื่องย่อ / รูปภาพทั้งหมดของหนังสือ ตราบฟ้าดินมลาย-ถูหนานจื้อ-:-3-เล่มจบ- โดย จางหวั่นจือ สำนักพิมพ์ hongsamut หมวดหนังสือ
ตราบฟ้าดินมลาย-ถูหนานจื้อ-:-3-เล่มจบ-

.   ถูหนานจื้อ

เป็นเรื่องราว "รักต้องห้าม" ระหว่างหลานชายกับอาสาวท่ามกลางเกมการเมือง และการชิงไหวชิงพริบเพื่อให้ได้ขึ้นครองราชบัลลังก์ เป็นอีกหนึ่งผลงานคุณภาพคับแก้ว ที่ฉากบรรยายแต่ละฉากอลังการ สะท้อนให้เห็นแนวคิดและวิถีการใช้ชีวิตในวังหลวง ของคนในอดีต

การขึ้นครองราชย์ การล่มสลายของแต่ละรัชสมัย ถูกผู้เขียนบรรยายผ่านการเติบโตของท่านอ๋องจ้าวตงอิง และองค์หญิงใหญ่รุ่ยหยู่ ได้อย่างเฉลียวฉลาดและน่าทึ่งที่สุด

นางเอกในเรื่องนี้ทั้งงดงามและแข็งแกร่ง พระเอกของเรื่องก็เฉลียวฉลาด เจ้าอุดมการณ์ ทั้งสองเหมาะสมกันอย่างมากถ้ามิใช่ "อาหลาน" ก็คงจะเหมือนกิ่งทองใบหยกเลยทีเดียว

จะทำอย่างไรในเมื่ออีกฝ่ายหนึ่งรับรู้ในรักแล้วแต่ไม่ยินยอม ทว่าอีกฝ่ายกลับไล่ล่าแบบเอาชีวิตเข้าแลก


** เรื่องนี้ จบ happy นะคะ**





ถูหนานจื้อ

เป็นเรื่องราว "รักต้องห้าม" ระหว่างหลานชายกับอาสาวท่ามกลางเกมส์การเมือง และการชิงไหวชิงพริบเพื่อให้ได้ขึ้นครองราชบัลลังก์ เป็นอีกหนึ่งผลงานคุณภาพคับแก้ว ที่ฉากบรรยายแต่ละฉากอลังการ สะท้อนให้เห็นแนวคิดและวิถีการใช้ชีวิตในวังหลวง ของคนในอดีต

การขึ้นครองราชย์ การล่มสลายของแต่ละรัชสมัย ถูกผู้เขียนบรรยายผ่านการเติบโตของท่านอ๋องจ้าวตงอิง และองค์หญิงใหญ่รุ่ยหยู่ ได้อย่างเฉลียวฉลาดและน่าทึ่งที่สุด

นางเอกในเรื่องนี้ทั้งงดงามและแข็งแกร่ง พระเอกของเรื่องก็เฉลียวฉลาด เจ้าอุดมการณ์ ทั้งสองเหมาะสมกันอย่างมากถ้ามิใช่ "อาหลาน" ก็คงจะเหมือนกิ่งทองใบหยกเลยทีเดียว

จะทำอย่างไรในเมื่ออีกฝ่ายหนึ่งรับรู้ในรักแล้วแต่ไม่ยินยอม ทว่าอีกฝ่ายกลับไล่ล่าแบบเอาชีวิตเข้าแลก

---------------------------------------

ตัวอย่างทดลองอ่าน

ตงอิงหัวเราะเย้ยหยัน แล้วกล่าวเสียงเรียบว่า “อาหญิง... ข้าจะบอกอะไรให้อย่างหนึ่งนะ... พวกแมลงที่หมายปองต้องการจะเคียงคู่กับหงส์ ข้าจะบี้ทิ้งเสียให้หมด เจ้าฉินว่างเป่ยต้องการเข้าพิธีวิวาห์กับท่าน เหตุใดข้าต้องออมมือให้มันด้วย” ตงอิงขบกรามแน่น ในที่สุดก็ยอมเอ่ยออกมาตรงๆ “ท่านกับข้าเกิดมาเป็นเชื้อพระวงศ์ผู้ทรงศักดิ์ ช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาตลอดสิบกว่าปี วางแผนจะฟื้นฟูความรุ่งเรืองของราชวงศ์หวาขึ้นมาใหม่ แล้วกาลภายหน้าก็จะร่วมกุมมือกันปกครองใต้หล้า เราจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันไม่แยกจาก จนกระทั่งทอดร่างฝังร่วมกัน ณ สุสานจักรพรรดิในอีกร้อยปีให้หลัง”

รุ่ยหยู่สงสัยว่าตัวเองนั้นจะฟังคำของตงอิงผิดเพี้ยนไป จึงถามขึ้นมาทันใดว่า “เจ้าพูดว่าอะไรนะ?”

ตงอิงหันกลับมา จ้องมองดวงหน้างดงามของนาง รอยยิ้มที่ริมฝีปากเขายกขึ้นอย่างขมขื่นระคนยินดีในคราวเดียวกัน จากนั้นจึงรำพึงออกมาว่า “อาหญิง รู้หรือไม่...ท่านเป็นผู้ที่ข้าหลงใหลหมายปองมาทั้งชีวิต”

เขามิได้ขึ้นเสียงสูงหรือกล่าวเสียงดัง แต่เมื่อรุ่ยหยู่ได้ฟังกลับรู้สึกดั่งมีอสนีบาตฟาดลงมากลางแสงตะวัน สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นจนทำให้หัตถ์ของนางสั่นระรัว นางซวนเซถอยหลังไปหลายก้าว จากนั้นจึงกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงแห้งผาก “ข้าเป็นอาหญิงของเจ้านะ”

“แล้วอย่างไร?” ตงอิงขบเม้มริมฝีปาก นัยน์ตาดำขลับดูเหมือนท้องฟ้าในราตรีกาลอันไร้ที่สิ้นสุดนัยน์ตานั้นลึกล้ำดั่งสามารถดูดกลืนผู้ที่ถูกจ้องมองให้สูญหายเข้าไปในนั้น สามารถพันธนาการและทำให้บีบคั้นให้คนสูญสิ้นเรี่ยวแรงที่จะดิ้นรน

เขากล่าวประโยคนี้ออกมาอย่างแผ่วเบา จากนั้นก็มองรุ่ยหยู่อย่างไม่ละสายตา ไม่ปรากฏความลังเลใจแม้แต่น้อย ตงอิงกล่าวซ้ำอีกรอบด้วยน้ำเสียงที่แผดลั่นยิ่งกว่าเดิม “แล้วอย่างไร!!!”

ในวันที่อากาศปลอดโปร่ง ท่ามกลางภูผาและมหานที เมื่อต้องเผชิญหน้ากับอิสตรีอันเป็นรัก ท่ามกลางศัตรูหัวใจที่แสนเกลียดชัง ในที่สุดตงอิงก็เปิดเผยความในใจที่เก็บซ่อนไว้หลายปีออกมา

เขาหาได้หวาดกลัว หวาดหวั่น ต่อแสงตะวันที่ทอประกายสว่างกระจ่างไปทั่วผืนแผ่นดินไม่

เมื่อนางถามมาก็เพียงตอบกลับไป... อาหญิง ท่านเป็นผู้ที่ข้าหลงใหลหมายปองมาทั้งชีวิต

แม้ว่าจะขัดหลักศีลธรรม แล้วอย่างไร?

แม้คำคนครหาจะน่ากลัว แล้วอย่างไร?!!!
เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป มาติดตามพร้อมกันใน ตราบฟ้าดินมลาย-ถูหนานจื้อ-:-3-เล่มจบ-เล่มนี้